21 มกราคม “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” รำลึก 4 ปี หมอกระต่ายและเหยื่ออุบัติเหตุทางถนน สสส. สานพลังไทยโรดส์-ภาคี สร้างความปลอดภัยทางถนน เปิดสถิติทางม้าลาย 24 จุด ในกทม. ปี 2568 พบคนหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายเพียง 6-8 % ชวนสร้างพฤติกรรมหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569 เวลา 12.00 น. ที่ลานกิจกรรมวิคตอรี่พอยท์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และมูลนิธิไทยโรดส์ (ThaiRoads) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม 21 มกราคม “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” สร้างพฤติกรรมใหม่ ไม่ซ้ำรอย หยุดสูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนน

โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน กล่าวว่า คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉิน สสส. และภาคีเครือข่าย ได้จัดกิจกรรม “หยุดสูญเสีย หยุดรถ ให้คนข้ามทางม้าลาย #ความดีที่คุณทำได้” ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2565 – 21 ม.ค. 2566 ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปี เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมูลนิธิเมาไม่ขับ สอจร. ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธิไทยโรดส์ และภาคีเครือข่ายกว่า 100 องค์กร ส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กำหนดให้วันที่ 21 มกราคม ของทุกปีเป็น วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน ไม่เพียงแต่กรณีของหมอกระต่าย แต่ยังเป็นการรำลึกถึงเหยื่ออุบัติเหตุทางถนน และเตือนใจประชาชนให้ร่วมมือกันสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น ปรับปรุงพื้นที่ทางม้าลายให้เห็นชัดเจน มีการตีเส้น เพิ่มสัญลักษณ์ สัญญาณป้ายไฟบอกตำแหน่งทางม้าลาย เป็นเครื่องหมายเตือนให้ผู้ขับขี่ระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วง 15 เมตร ก่อนถึงทางข้ามหรือทางม้าลาย รวมถึงป้ายเตือนลดใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ป้ายตำแหน่งทางข้าม ป้ายระวังคนข้ามถนน เพื่อให้รถลดความเร็ว และควรปรับปรุงทางม้าลายที่อยู่จุดเสี่ยง เช่น หน้าโรงเรียน โรงพยาบาล หน้าสถานที่ราชการ ตลาด

ขณะที่ นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า วันที่ 21 ม.ค. ของทุกปี คณะรัฐมนตรี (ครม.) และศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กำหนดให้เป็น “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” เพื่อหยุดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ป้องกันการเกิดเหตุรถชนคนข้ามทางม้าลายซ้ำ พร้อมกระตุ้นเตือนและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทุกเพศ ทุกวัย ส่งเสริมวินัยและการเคารพกฎจราจร สสส. ให้ความสำคัญกับการลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายทุกระดับ และการจัดการความเสี่ยงในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การรณรงค์สวมหมวกนิรภัยและการป้องกันการดื่มแล้วขับ โดยเน้นกลุ่มและพื้นที่เสี่ยง ควบคู่การมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นางรัชนี สุภวัตรจริยากุล (คุณแม่หมอกระต่าย) ประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน กล่าวว่า วันที่ 21 ม.ค. 2569 นี้ ครบรอบ 4 ปีของการเสียชีวิตของหมอกระต่าย ในคราวนั้นมีผู้ประมาณการสูญเสียต่อประเทศชาติไว้ 880 ล้านบาท ปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนยังคงทำให้ไทยมีมูลค่าการสูญเสียประมาณ 5.9 แสนล้านบาท ต่อปี คิดเป็น 3.3% ของ GDP การลดอุบัติเหตุทางถนนยังห่างไกลเป้าหมายอีกมาก สะท้อนว่าปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้มีคนฝ่าฝืนไฟสัญญาณข้ามทางม้าลายใน กทม.สูงถึงหลักแสนต่อเดือน ในปี 2566 พบว่ามีเพียง 12% เท่านั้น ที่หยุดรถให้คนข้าม เป็นพฤติกรรมทำผิดซ้ำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เรื่องการขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนดก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ

ในการนี้ มูลนิธิไทยโรดส์ นำโดย นายณัฐพงศ์ บุญตอบ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิไทยโรดส์ ได้ร่วมเวทีเสวนา “สร้างพฤติกรรมการใหม่ ไม่ซ้ำรอย หยุดสูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนน” เพื่อนำเสนอผลโดย สสส. ร่วมกับ มูลนิธิไทยโรดส์ ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมการหยุดรถบริเวณทางข้ามหรือทางม้าลาย เขตกรุงเทพฯ จำนวน 24 จุด ที่อยู่ไกลทางแยกและสัญญาณไฟจราจร สำรวจระหว่างวันที่ 11-19 มีนาคม 2568 ครอบคลุมยานพาหนะทั้งสิ้น 32,419 คัน พบว่า ภาพรวมพฤติกรรมเมื่อมีคนเดินเท้ามายืนรอเพื่อข้ามถนน มีผู้ขับขี่หยุดรถให้เพียงร้อยละ 8 ในขณะที่ร้อยละ 92 เลือกที่จะไม่หยุดรถ ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ เป็นกลุ่มที่มีการหยุดรถต่ำที่สุด โดยมีการหยุดรถเพียงร้อยละ 8 และมีพฤติกรรมไม่หยุดรถสูงถึงร้อยละ 92 กลุ่มรถยนต์และรถโดยสาร มีสัดส่วนการหยุดรถอยู่ที่ร้อยละ 9 และไม่หยุดรถร้อยละ 91

เมื่อเปรียบเทียบย้อนหลัง 3 ปี พ.ศ. 2565 2566 และ 2568 จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ พบว่าสถานการณ์ความปลอดภัยบริเวณทางข้ามไม่มีแนวโน้มพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มรถโดยสาร ที่พบความเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีการหยุดรถร้อยละ 20 ในปี 2565 ลดลงเหลือร้อยละ 13 ในปี 2566 และลดต่ำลงเหลือเพียงร้อยละ 9 ในปี 2568 ส่วนภาพรวมการหยุดรถของรถทุกประเภทลดลงจากร้อยละ 12 ในปี 2566 เหลือเพียงร้อยละ 8 ในปีล่าสุด

นอกเหนือจากนั้น พบว่าใน 18 จังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ จำนวน 360 จุด สำรวจระหว่างเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม พ.ศ. 2568  ครอบคลุมยานพาหนะทั้งสิ้น 44,547 คัน พบว่า ผู้ขับขี่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายเพียงร้อยละ 6 ขณะที่อีกร้อยละ 94 ไม่หยุดรถ ในกลุ่มรถยนต์มีการหยุดรถสูงสุดที่ร้อยละ 7 ขณะที่รถจักรยานยนต์และรถโดยสารมีอัตราการหยุดรถเท่ากันที่ร้อยละ 5 โดยสรุปกล่าวได้ว่า สัดส่วนการหยุดรถโดยภาพรวม อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำ